LASIK กับ ReLEx SMILE ต่างกันอย่างไร?
LASIK และ ReLEx SMILE เป็นเทคนิคการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ใช้เลเซอร์ แต่มีความแตกต่างกันในหลายแง่มุม ทั้งในเรื่องของวิธีการผ่าตัด การฟื้นตัว และความเสี่ยง LASIK ราคาคุ้มค่ากับสายตาที่ดีขึ้น หรือการทำ ReLEx SMILE ดีกว่ากันมาดูกันเลย
LASIK
เป็นการผ่าตัดที่ใช้เลเซอร์ทำแผลบางๆ ที่ผิวกระจกตาเพื่อเปิดฝาหลังจากนั้นจะใช้เลเซอร์อีกชนิดหนึ่งในการแก้ไขความโค้งของกระจกตาเพื่อปรับปรุงการมองเห็น ก่อนจะปิดฝากลับเข้าที่เดิม เนื่องจากการทำเลสิคมีการเปิดกระจกตาขนาดใหญ่ซึ่งทำให้มีแผลบนกระจกตาที่ต้องการเวลาในการฟื้นตัว การเปิดแผลที่กว้างขึ้นทำให้บางครั้งอาจมีอาการตาแห้งหรือเสี่ยงต่อการเคลื่อนของแผลได้หลังการผ่าตัด ระยะเวลาในการพักฟื้นตัวส่วนใหญ่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนเกือบจะทันทีหลังจากการผ่าตัด แต่ต้องใช้เวเลา 1-2 สัปดาห์ในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ และควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้กระทบกระจกตา ความเสี่ยงและผลข้างเคียงคือมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหรือการเคลื่อนของฝากระจกตาหลังผ่าตัด เนื่องจากต้องมีการเปิดแผลขนาดใหญ่ ความเสี่ยงอื่น ๆ รวมถึงการติดเชื้อหรือการเห็นภาพที่พร่ามัว โดยทั่วไปเลสิคจะมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่า เนื่องจากเทคโนโลยีมีการใช้อย่างแพร่หลายและเป็นที่นิยมมานาน
ReLEx SMILE
เป็นเทคนิคที่ใหม่กว่า ใช้เลเซอร์แบบเดียวตลอดกระบวนการ โดยจะสร้างชิ้นเนื้อกระจกตาขนาดเล็กที่เรียกว่า “lenticule” ภายในกระจกตา จากนั้นนำชิ้นเนื้อนี้ออกผ่านการเปิดแผลเล็ก ๆ ทำให้กระจกตามีความโค้งที่เหมาะสม มีแผลทที่เล็กกว่า เนื่องจากไม่ต้องเปิดฝากระจกตา เพียงแต่สร้างแผลเล็ก ๆ ขนาดประมาณ 2-4 มิลลิเมตร การมีแผลขนาดเล็กช่วยให้การฟื้นตัวเร็วขึ้นและมีความเสี่ยงต่อการเคลื่อนของแผลน้อยลง การฟื้นตัวจาก SMILE อาจจะช้ากว่าเล็กน้อยในช่วงแรก แต่ข้อดีคือความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับฝาเปิดกระจกตานั้นน้อยลง และผู้ป่วยส่วนใหญ่กลับมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้เร็วกว่าหลังการผ่าตัด เนื่องจากมีแผลที่เล็กกว่า ความเสี่ยงเกี่ยวกับการเคลื่อนของแผลจึงน้อยลง และความเสี่ยงต่อภาวะตาแห้งก็น้อยลงเช่นกัน มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า เนื่องจากเป็นเทคนิคที่ใหม่และซับซ้อนกว่า รวมถึงใช้เลเซอร์แบบพิเศษในการผ่าตัด
ใครบ้างที่ทำ LASIK ไม่ได้?
LASIK ราคาคุ้มค่ามีอยู่จริงแต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน การทำเลสิคเป็นวิธีการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ได้รับความนิยม แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะสมสำหรับการทำเลสิค
- ผู้ที่มีปัญหาสายตาไม่คงที่: ผู้ที่มีค่าสายตาไม่คงที่ หรือมีการเปลี่ยนแปลงของสายตาบ่อยครั้งในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อาจไม่เหมาะสำหรับการทำเลสิคการผ่าตัดควรทำเมื่อค่าสายตามีความเสถียรเท่านั้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว
- ผู้ที่มีความหนาของกระจกตาไม่เพียงพอ: ต้องการกระจกตาที่มีความหนาพอสมควรเพื่อให้สามารถทำการแก้ไขสายตาได้อย่างปลอดภัย หากกระจกตามีความบางเกินไป การทำเลสิคอาจเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
- ผู้ที่มีโรคตาหรือปัญหาตาเรื้อรัง: ผู้ที่มีโรคตา เช่น กระจกตาโป่งพอง ต้อกระจก ต้อหิน หรือปัญหาการผลิตน้ำตาไม่เพียงพอ อาจไม่เหมาะสำหรับการทำเลสิคเนื่องจากโรคเหล่านี้สามารถส่งผลต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดและเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อน
- ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่อาจส่งผลต่อการหายของแผล: ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคลูปัส หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน อาจมีปัญหาในการหายของแผลหลังการผ่าตัด ทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร: ในระหว่างการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร ฮอร์โมนในร่างกายอาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของสายตา ซึ่งอาจทำให้ผลการผ่าตัดเลสิคไม่แม่นยำ นอกจากนี้ การใช้ยาบางชนิดที่ใช้ในการผ่าตัดอาจมีผลต่อทารก
- ผู้ที่มีความคาดหวังสูงเกินไปเกี่ยวกับผลลัพธ์: การทำเลสิคอาจไม่สามารถทำให้การมองเห็นกลับมาเป็น 100% ในทุกกรณี ผู้ที่มีความคาดหวังสูงเกินไป หรือคาดหวังว่าต้องไม่มีความผิดพลาดเลย อาจไม่เหมาะกับการทำเลสิคเนื่องจากผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล
- ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี: การทำเลสิคไม่แนะนำให้ทำในผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เนื่องจากสายตาของเด็กและวัยรุ่นยังไม่คงที่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงของสายตาในอนาคต
- ผู้ที่มีประวัติการเกิดโรคกระจกตาโป่งพองในครอบครัว: หากมีประวัติการเกิดโรคกระจกตาโป่งพองในครอบครัว การทำเลสิคอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหากระจกตาในอนาคตได้
- ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นหรือสารเคมี: ผู้ที่ทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ควัน หรือสารเคมีสูง อาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อหลังการผ่าตัด และอาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิค
- ผู้ที่มีการใช้ยาเรื้อรังที่อาจส่งผลต่อกระบวนการหายของแผล: ยาบางชนิด เช่น สเตียรอยด์ หรือยาที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน อาจทำให้การหายของแผลช้าลง หรือเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
วิธีดูแลดวงตาหลังทำ LASIK
กรเลือกทำLASIK ราคาคุ้มค่าเป็นทางเลือกที่ดีแต่การดูแลดวงตาหลังจากการทำเลสิคเป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างรวดเร็วและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด แพทย์จะให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับวิธีดูแลดวงตาหลังการผ่าตัด ควรปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสดวงตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดโอกาสในการเคลื่อนของฝาปิดกระจกตาที่ถูกทำการผ่าตัด แพทย์มักจะให้ยาหยอดตาที่มีส่วนประกอบของยาปฏิชีวนะและยาลดการอักเสบ ในช่วงสัปดาห์แรกหลังการผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ดวงตาได้รับการกระทบกระเทือน ดวงตาหลังการทำเลสิคอาจไวต่อแสงมากขึ้นในช่วงแรก จึงควรสวมแว่นตากันแดดที่มีคุณภาพดีเมื่อออกนอกบ้านเพื่อป้องกันแสงแดดและลมที่อาจทำให้ตาแห้งหรือระคายเคือง การใช้หน้าจอเป็นเวลานานอาจทำให้ดวงตาแห้งและอ่อนล้า ควรพักสายตาเป็นระยะ ๆ และหมั่นกระพริบตาเพื่อให้ดวงตาชุ่มชื้น การพักผ่อนที่เพียงพอช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้ดีขึ้น ควรนอนหลับให้เพียงพอและพักผ่อนสายตาเมื่อรู้สึกว่าตาล้า หากมีอาการผิดปกติควรติดต่อแพทย์ทันทีเพื่อตรวจสอบและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
